ลาแล้วศึกษานารี...6 ปีกับความทรงจำ
posted on 02 Feb 2009 21:57 by ontheway in Other*คำเตือน เอนทรีนี้...มียาวและโหลดโหด*
ฉันจะไม่ลืม - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์
วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนชั้น ม.6
วันสุดท้ายของการตื่นเช้าตี 5 เพื่อมาโรงเรียนให้ทันก่อนครูเวร
วันสุดท้ายของการถักเปีย ..เป็นนักเรียนศึกษานารีคอนแวนต์..
วันสุดท้ายของการไหว้ศาลสมเด็จปู่หน้าประตูโรงเรียน
วันสุดท้ายของการเดินผ่านห้องปกครองที่นักเรียนวิ่งหนีนักหนา
วันสุดท้ายของการมานั่งโต๊ะตัวที่สี่ฝั่งซ้ายมือในโรงอาหาร แล้วมาหลับทุกเช้า
วันสุดท้ายของการเจอน้องๆ ในชุมนุมที่อยู่เคยนั่งอยู่ด้วยกันมาอย่างน้อย 2 ปี
วันสุดท้ายของการนั่งรอกินข้าวเช้ากับปอง ป่าน จ๋า เจน เพลิน ตอน 6 โมงครึ่ง
วันสุดท้ายของการนั่งคุยกันในโรงอาหาร และใช้เวลาเคลียร์(ลอก)การบ้าน
วันสุดท้ายของการกินเกาเหลาร้านโปรด และผัดกะเพราร้านสุดท้าย
วันสุดท้ายกับน้ำดื่มฉลากศึกษานารี
วันสุดท้ายของการเอากระเป๋าไปเก็บไว้หน้าห้องพยาบาลเพราะขี้เกียจแบกขึ้นห้อง
วันสุดท้ายของการสิงอยู่ในห้องพยาบาล คุยกับครูแม่ (อ.นพรัตน์) และพี่ยู พี่ประจำห้องพยาบาล
วันสุดท้ายของการอาศัยคอมฯห้องพยาบาลใช้งาน (ฮา)
วันสุดท้ายของการเจออาจารย์หลายๆ คนที่มักจะแวะเวียนมาห้องพยาบาลเสมอๆ เพื่อมานั่งคุยกับพวกเรา
วันสุดท้ายของการไหว้ศาลาพุทธานุสรณ์ที่เวลาเดินผ่านจะไหว้บ้างไม่ไหว้บ้างแล้วแต่จำนวนสัมภาระ
วันสุดท้ายของการทักทายเพื่อนๆ ม.ปลาย ที่รู้จักกันไปทั่วระหว่างกำลังจะเดินไปเรียน
วันสุดท้ายของการนั่งโต๊ะเรียนเลอะๆ เทอะๆ ตัวเก่าๆ ที่ชอบมีรอยขีดเขียนว่า คนนู้นชอบคนนี้
วันสุดท้ายของห้องน้ำ ที่บางทีน้ำก็ไม่ไหล นักเรียนก็วิ่งหาห้องน้ำเข้ากันจ้าละหวั่น (โรงเรียนไม่จ่ายค่าน้ำ?)
วันสุดท้ายของห้องคอมฯ ที่ทำใหม่ สวยปิ๊งกว่าเดิม และเราไ้ด้ใช้ห้องคอมใหม่แค่ปีเดียว
วันสุดท้ายของสนามใหญ่ สนามบาส ลานวิชาการ สหกรณ์ที่เคยเดินผ่าน
วันสุดท้ายของห้องกรรมการนักเรียนที่จะได้เข้าไปเหยียบเพื่อตากแอร์
วันสุดท้ายของอาจารย์หน้าเก่าๆ คนเก่าๆ คำบ่นประโยคเดิมๆ ...ที่ได้ฟังมาจนถึงวันสุดท้าย
วันสุดท้ายของการเจอน้องรหัสที่น่ารัก ...ห้องน้องรหัสที่น่ารัก ...น้องที่ไม่ใช่น้องรหัสที่น่ารัก
วันสุดท้ายของการอยู่กับเพื่อนกลุ่มเดิม ห้องเดิม ที่ผูกพันกันมา 3 ปี บ้างก็ผูกพันกันมา 6 ปี ..บ้างก็มากกว่านั้น
วันสุดท้าย.......................ของการเป็น "นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนศึกษานารี"
ยังจำได้ถึงวันแรกที่เราเหยียบลงบนพื้นที่ของโรงเรียนแห่งนี้ในชุดนักเรียน ม.ต้น และผมยาวที่กลั้นใจตัดจนสั้นเสมอติ่งหู และเอกลักษณ์โดดเด่นของความเป็นเลือดน้ำตาล-เหลืองสำหรับเด็ก ม.ต้นอย่างเราคือ คอซองที่ต้องผูกเอง ก่อนหน้าที่จะขึ้น ม.1 อย่างเต็มตัวเป็นช่วงที่รู้สึกเสียใจมากกับการกระทำของเพื่อนคนหนึ่ง ..เมื่อได้เข้ามาอยู่ห้อง 1/8 ถึงได้เป็นคนเฉยเมยต่อคนรอบข้าง อยู่ท่ามกลางสัตว์สังคม..ผู้หญิงที่ขี้นินทา อยู่ในห้องที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นห้องเด็กเกเรที่สุดในชั้น อยู่ด้วยความรู้สึกซังกะตายไปวันๆ ร้องไห้เสียใจไปเรื่อยๆ กับบางเรื่องที่ผ่านเข้ามา จนครั้งหนึ่ง...ความกดดัน ความเก็บกด หล่อหลอมให้เรา...เป็นคนก้าวร้าวที่เที่ยวเกรียนกับชาวบ้านเขาไปทั่ว... กลายเป็นคนมีความคิดว่า ในเมื่อคนอื่นเขาไม่สนใจความรู้สึกของเรา ทำไมเราจะต้องไปนั่งสนใจความรู้สึกของคนอื่น...? ฉันเคยเป็น...เด็ก...เห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ที่อยู่กับคนรอบข้างเพื่อประโยชน์บางสิ่ง ยอมก้มหัวให้คนอื่นเพื่อบางสิ่ง แม้ว่าครึ่งหนึ่งจะดูเหมือนเป็นเพื่อนที่ดี รับฟังอะไรหลายๆ อย่างจากเพื่อนในกลุ่ม แต่อีกครึ่งหนึ่ง...ก็นี่แหละ
คนที่ไม่พูดมากย่อมไม่เสียประัโยชน์... และไม่มีอะไรจะพูด ถึงได้ไม่พูด ไม่พอใจอะไรก็เงียบไป พูดไปไม่เห็นได้อะไรขึ้นมา ระบายไปแล้วใครจะฟัง ...จนได้รับรู้เรื่องราวจากคนอื่นมากมาย เป็นผู้ฟังที่ดีจากคนสองฝ่ายที่นั่งนินทากันเองในกลุ่ม มองเห็น...การกระทำของบางคนที่ตรงข้ามกับคำพูด เห็นการหักหลังอย่างไร้น้ำใจ ได้ยินคำพูดโป้ปดมดเท็จของคน เห็นการทะเลาะเบาะแว้งที่ใช้คำพูดไปจนกระทั่งลงไม้ลงมือกันอย่างไม่สนใจฝ่ายตรงข้าม รับรู้...นิสัยของมนุษย์เป็นอย่างดี สิ่งที่มีความสุขในขณะนั้นคือการนั่งอยู่หน้าคอมแล้วก็เล่นอินเตอร์เน็ต เขียนไดอารี่ระบายอารมณ์ให้ตัวเอง เรียนรู้และวางใจกับการเข้าสังคมบนโลกอินเตอร์เน็ต ...โลกที่สื่อสารกันเพียงตัวอักษร อยากพิมพ์อะไรก็พิมพ์ ต่อให้อารมณ์ขุ่นมัวแค่ไหนก็แสร้งทำเป็นอารมณ์ดีได้ ...หน้ากากบนโลกไซเบอร์... ที่ทำได้ง่ายๆ และวางใจว่าเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตทำอะไรเราไม่ได้ ถึงได้แทบจะเปิดใจบอกทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในนั้น ทั้งที่ในชีวิตจริงปิดกั้นสังคมมากแค่ไหน
แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งที่ได้คุยกับพี่สาวที่รู้จักทางอินเตอร์เน็ตคนหนึ่ง จุดเปลี่ยนของชีวิตอีกจุดหนึ่งที่สำคัญ พี่คนนั้นปลุกจิตสำนึกบางอย่างในตัวเราขึ้นมา จิตสำนึกบางอย่างว่า ...ยังไงชีวิตนี้ก็หลุดออกจากโลกแห่งความจริงไม่ได้ ...สอนให้หัดแสดงออก หัดแสดงอารมณ์ ความคิดของเราให้คนอื่นเขารู้บ้าง สอนให้มองในมุมที่กว้างขึ้น พอเริ่มพูด เริ่มออกความเห็น มันก็กลายเป็นว่าปลุกจิตสำนึกด้านอื่นๆ เราขึ้นมาด้วย ...เรีัยนรู้ที่จะเข้าใจความรู้สึกคนอื่นมากขึ้น ยอมรับคนอื่นมากขึ้น เอาใจเขามาใ่ส่ใจเรามากขึ้น ...เห็นแก่ตัวให้น้อยลง
วันอำลาคอซองตอนม.3 ยังจำได้ดีว่าไม่มีน้ำตาสักหยด ไม่มีความซึ้ง มีแต่ความสนุกสนานที่จะได้ขึ้น ม.4 เป็นเด็กม.ปลายเต็มตัวสักที ...อย่างที่เฝ้ารอมานาน เพื่อจะได้จบๆ ออกจากที่นี่ไปอย่างรำคาญ แล้วก็ได้มาใส่ชุดนักเรียน ม.ปลาย สมใจ กระดุมสามเม็ดใหญ่บนเสื้อที่ไม่เหมือนเสื้อนักเรียนโรงเรียนอื่น ...แต่ในขณะที่ตัวเราขึ้น ม.ปลาย ส่วน ม.ต้น ก็เปลี่ยนคอซองเป็นแบบสำเร็จรูป ...ความคิดตอนที่่รู้ก็คือ ตอนรุ่นเราเขาขอให้ใช้แทบตาย ทางโรงเรียนก็เถียงคอเป็นเอ็นว่านี่เป็นเอกลักษณ์ ไปๆ มาๆ ดันเปลี่ยนเพราะรำคาญที่นักเรียนผูกไม่เรียบร้อยซะอย่างนั้น...ตลกดีเนอะ
คำพูดประชดประชัน แต่ในใจส่วนหนึ่งไม่อยากให้เปลี่ยน ...เปลี่ยนทำไมน้า เอกลักษณ์ของโรงเรียนไ่ม่ใช่เหรอ
การขึ้น ม.ปลาย เป็นอะไรที่สนุกกว่าที่คิดไว้ หรืออาจเพราะเราเป็นคนเปิดใจมากขึ้นก็ไม่ทราบ ได้เจอคนที่เคยเจอหน้ากันสมัย ม.ต้น มาอยู่ห้องเดียวกัน คนที่เคยอยู่ห้องเดียวกับเราบางคนก็ไปอยู่ห้องอื่นตามแผนการเรียนที่ตัวเองเลือก การขึ้น ม.ปลาย มันเลยเหมือนกับ....การมีเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ โดยที่เพื่อนร่วมห้องคนเก่าก็ยังอยู่เพียงแต่อยู่คนละห้องเรียน เดินสวนกันไปมาจนคุ้นหน้า บางคนแทบจะรู้จักกันหมดทั้งระดับชั้น เป็นอะไรที่ดูำขำดี โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนคาบเรียนแล้วต้องเดินผ่านรางอ่างล้างหน้าหน้าอาคาร 3 จะต้องไปเข้าเรียนช้าทุกที เพราะเจอญาติไปตลอดทาง ฮ่าๆ
ได้มีพี่รหัส พี่แนน ที่น่ารัก และป้ารหัสที่เราไม่เคยเจอเลยแต่ก็ยังส่งขนมมาให้บ้างเป็นบางเวลา ได้เจอ พี่อุ้ย พี่มายด์ พี่เชอรี่ พี่ออม และรุ่นพี่ในชมรมทั้งหลายที่มาบอกเล่าประสบการณ์ิบางเรื่อง มาพูดคุย มาเล่น มาบ้าอะไรก็มิอะไรก็ไม่รู้กับเด็กๆ ทุกเย็นในตอน ม.4 คือการเข้าชมรมหลังเลิกเรียนเพื่อหาเรื่องคุย ...มีไม่มีิคือเข้าไปนั่งรอเจ๊ๆ มากันก่อน
แต่ 3 ปีกับ ม.ปลายเรายังอยู่กับบรรยากาศเดิมๆ แต่ลดดีกรีลง มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลดลงคือ การนินทาของผู้หญิง ...จนจ๋าถามว่า "ทำไมผู้หญิงชอบนินทา" ...มันก็คงเป็นปัญหาโลกแตกพอๆ กับคำถามที่ว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันนั่นแหละ ...เราใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงจนเรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ยอมรับได้โดยดุษฏีแล้วว่าไม่มีทางหนีพ้นอย่างแน่นอน
แล้วประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเราก็มาอีกครึ่งเมื่อได้รู้จักคนๆ หนึ่งในห้อง... ช่อง ม.4 เทอม 2 ...สอนให้รู้จักความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยรู้จัก ...เรากลายเป็นคนตาบอดไปชั่วขณะหนึ่ง จนกระทั่งหลายเดือนต่อมา ขึ้น ม.5 มันกลับไม่ใช่อย่างที่คิดไว้ ...ความรู้สึกมันพังทลาย เีสียใจยิ่งกว่าที่เคยเจอ บอกไม่ได้ว่าเสียใจมากแค่ไหน ...แต่มากเท่าที่จะหาคัตเตอร์ออกมากรีดเบาๆ ที่ข้อมือฆ่าเวลาได้... เขาทำให้เรารู้สึกว่าเรากลายเป็นคนโง่อย่างที่ไม่เคยโง่มาก่อน ไม่เคยฝืนใจอะไรที่รู้สึกเจ็บปวดเท่านี้มาก่อน ...ทุกวันที่ยิ้ม ทุกวันที่หัวเราะ ในตอนนั้นทุกสิ่งฝืนทำทั้งสิ้น ตั้งแต่วันนั้น ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่ร้องไห้ เรียนไม่รู้เรื่อง พยายามแล้วพยายามอีก ...1 ปีของเราเต็มไปด้วยความทรมานจนบรรยายไม่ได้ บทเรียนที่ไม่เคยเจอ แล้วก็เผลอลองดีเข้าไปเล่น ฉันจะจำใบหน้าของคนที่ทำแบบนี้กับฉันไว้จนวันตาย
แต่ระหว่างที่กำลังนั่งเสียใจน้ำตาตกใจกับอะไรก็ไม่รู้ วันหนึ่งเราอยู่ว่างๆ ไปเข้าร้านการ์ตูนแล้วก็คว้าการ์ตูนเรื่องหนึ่งกลับบ้าน ครูพิเศษจอมป่วนรีบอร์น อ่านจนได้พบสัจธรรมบางอย่างที่ว่า ...การ์ตูนช่วยคุณได้ ในเมื่อโลกแห่งความจริงทำกูเสียใจ กูจะเข้าโลกแห่งจินตนาการ หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเรามากมายเช่น เรากลับมานั่งสะสมหนังสือการ์ตูนหลังจากเคยโดนแม่เอาไปบริจาคเป็นร้อยเล่ม นั่งเสียเวลาโหลดอนิเมดูหน้าคอม เริ่มหัดโหลดบิท เริ่มมองหาการ์ตูนใหม่ๆ อ่าน
...ที่สำคัญ หลงรักมิตรภาพระหว่างลูกผู้ชาย
ถึงจะเคยอ่านมาบ้าง แต่ก็เฉยๆ (อารมณ์ตายด้าน) แต่พอกำลังเฟลๆ แล้วได้มาอ่านฟิคของเรื่องที่ตัวเองชอบ ทีนี้เลยยิ่งแล้วใหญ่ พันธุกรรมปรับเปลี่ยนเป็นเผ่าัพันธุ์บรรลือโลก(Y)ไปได้ไงไม่ทราบ ...กลายเป็นโรคที่รักษาไม่หายจนกระทั่งปัจจุบัน.. ฮ่าๆๆๆ
(นี่คือที่มาที่แกเป็น ณ ตอนนี้สินะ......)
พอเข้าโลกแห่งความฝัน ...ความเจ็บปวดมันก็บรรเทาลงจนกลับมาดีดังเดิม แล้วก็มีชีวิตอยู่ต่อได้เรื่อยมาจนกระทั่ง ม.6 เจ๊อุ้ย ประธานชมรมออกไปแล้ว ดันทิ้งภาระยิ่งใหญ่ไว้ให้เราคือ ให้เราเป็นประธานรุ่นต่อไป ..(ซวยกูแล้ว) คนที่เคยผลักไสภาระที่ทำให้ตัวเองต้องลำบากอย่างเรากลับต้องมารับภาระที่อยู่ๆ ก็หล่นตุ้บใส่หัวเลยมึนงงทำอะไรไม่ถูก เจ๊อุ้ยเป็นคนแรกที่ทำให้เราหัวหมุนได้ขนาดนี้
... นอกจากงานชมนุม + ชุมนุมที่ยุ่งมาตลอดทั้งปีแล้ว สิ่งทีุ่ยุ่งอีกอย่างก็คือเรื่องมหาวิทยาลัย ที่เราเคยกังวลมากว่าจะติดไหม ...แต่สุดท้ายด้วยความพยายาม ด้วยการอ่านหนังสือ ก็ทำให้เรามีวันนี้...
วันที่เรา จบ ม.6 อย่างสบายใจ
และ...กำลังจะเป็นนักศึกษาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า...
พี่สาวเคยพูดกับเราเอาไว้ว่า "ม.ปลาย เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด มีเพื่อนดีที่สุด" แล้วเราก็ไม่เคยเชื่อ .. วันนี้ต้องมานั่งตรึกตรองถึงประโยคนี้อีกครั้ง ...มหาัลัย ...นั่นสินะ มหาลัยคงไม่ได้เจอช่วงเวลาดีๆ อย่างนี้อีกแล้ว อีก 4 ปีต่อจากนี้จะเป็น "ชีวิตจริง" ที่เราคงจะต้ิองเจอ ...บางอย่างในช่วง ม.ปลาย คงไขว่คว้าเอาจาก มหาลัยไม่ได้.....
ปัจฉิม ม.6 ที่ครั้งหนึ่งเคยฝันอยากให้มาถึงเร็วๆ ในวันนี้กลับรู้สึกทั้งดีใจและเสียใจทีได้ผ่านเข้ามา 6 ปีกับที่นี่ เปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กคนหนึ่งมากมายเหลือเกิน จากเป็นคนเฉยเมยต่อคนรอบตัว วันนี้กลับมีความสุขกับการมีเพื่อนมากมายรอบข้าง
จนทำให้วันที่เราเฝ้าคอยมาตลอดกลับทำให้เราร้องไห้ที่จะต้องจากกัน เป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนเมื่อตอน ป.6 ไม่สนุกเหมือน ม.3 ...แต่กว่าจะรู้ว่า "ผูกพัน" ก็เมื่อวันลา...
Special Thanks
+ อาจารย์สุทธิเดช หนูไม่เคยพบเห็นอาจารย์คนไหนออนเอ็มคุยกับเด็กเลยนอกจากอาจารย์ ฮ่าๆ อาจารย์เป็นคนที่ใจดีมากๆ ค่ะ กระทั่งตังค์ก็ยืมได้ เป็นอาจารย์ที่เด็กสามารถเล่นด้วยได้สบาย เป็นคนที่ทำตามคำขอร้องของคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ด้วยกันเองหรือเด็กนักเรียน ขอบคุณที่คุยเล่นกับหนูมาตลอด ให้ึความช่วยเหลือมามากมาย แม้ว่าหนูจะลามปามไปบ้าง แต่อาจารย์ก็ไม่เคยถือสา ขอโทษกับสิ่งใดๆ ก็ตามที่ทำให้อาจารย์ไม่พอใจ อย่าทำงานหนักมากนะคะอาจารย์ รอหนูเรียนจบแล้วจะกลับไปช่วยงานศูนย์คอมฯ ที่โรงเรียน 555 แต่งงานอย่าลืมบอกด้วยนะคะ
+ อาจารย์ประจำชั้นตั้งแต่ ม.1-ม.6 และอาจารย์ที่เคยสอนทุกท่าน ที่หนูไม่สามารถไล่ชื่อได้หมดทั้ง ที่คอยให้ความดูแลพวกเรามาตลอด คอยตามจิกงาน คอยว่า คอยสอนให้พวกเราเป็นคนดี โดยเฉพาะอาจารย์เพชรดา...อาจารย์ที่โหดที่สุดในโรงเรียน แต่อาจารย์ก็เป็นอาจารย์ที่เสียสละที่สุดคนหนึ่ง เป็นอาจารย์คนสำคัญที่ควบคุมเด็กทุกคนได้ ทั้งที่รู้ว่าจะถูกเกลียด ...ถ้าไม่มีอาจารย์ ศึกษานารีอาจจะไม่ดีเท่านี้
+ อาจารย์หทัยรัตน์ สำหรับความช่วยเหลือและคำปรึกษาในเรื่องการเรียนต่อ คอยให้หนูจีบอยู่ทุกวี่ทุกวันเรื่องส่งโควต้า จนหนูได้โควต้าไทยญี่ปุ่น ทำให้หนูมีวันนี้ ขอบคุณสำหรับทุกๆ อย่าง รักอาจารย์มากค่ะ
+ พี่พัช พี่สาวคนนั้นที่ทำให้เด็กในกะลาคนหนึ่งออกมาสู่โลกภายนอก มองเห็นอะไรที่กว้างขึ้น ยอมรับคนอื่นมากขึ้น และกล้าที่จะแสดงออกความรู้สึกหลายๆ อย่างในใจ ทำให้หนูเ็ป็นอย่างทุกวันนี้ ...6 ปี ช่างยาวนานตั้งแต่ที่คุยกันครั้งแรก ตอนนั้นหนูยังอยู่ ม.1 ตอนนี้ หนูจบ ม.6 แล้วนะคะ หวังให้เราสองคนคุยกันไปเรื่อยๆ อย่างนี้ตลอด.. หนูจะตามหลอกหลอนพี่พัชจนตายเลยแหละ ฮ่าๆๆ
+ ปอง เพื่อนคนสำคัญสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ...12 ปีกับการอยู่ด้วยกันเป็นอะไรที่ยาวนาน แต่ตอนนี้เรากลับรู้สึกว่ามันแป๊ปเดียว ...แป๊ปเดียวพวกเราก็โตเป็นผู้ใหญ่ และกำลังจะจากกันแล้ว ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันในตอนที่เราเสียใจ คอยปลอบทั้งที่ไม่รู้ว่าเราเสียใจเรื่องอะไร คอยดูแลเรื่องจิปาถะต่างๆ ซื้อน้ำ แลกตังค์ ถือของ ให้คำปรึกษาในทุกๆ เรื่อง ดีใจมากที่เราได้รู้จักกัน ดีใจด้วยนะ..ที่ติดธรรมศาสตร์แล้ว
+ อุ้ม คนสำคัญในกลุ่มที่คอยจัดการเรื่องงาน คอยเตือนงานเราที่ขี้ลืมคนนี้ คอยเป็นเพื่อนเ่ล่นกันเสมอ คอยอยู่ด้วยกันในตอนที่เราเศร้า คอยคุยเรื่องวายๆ ยามไม่มีอะไรคุย (ฮา) เป็นคนคนหนึ่งที่แกล้งง่ายมาก นอกจากปอง เรามีแกเป็นคนที่ผูกพัน ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
+ แป๊ม เพื่อนนิสัยเสียคนหนึ่ง ...ต่อจากนี้เราคงไม่ได้เปิดคำตอบให้แกดูเวลาทำข้อสอบแล้ว ต่อจากนี้ พยายามด้วยตัวเองเถอะนะ มหาลัยคงลอกไม่ได้ ฮ่าๆ ขอบคุณทกๆ อย่างที่สร้างเสียงหัวเราะให้กัน
+ แหนม ,ฮวง ,ฮั้ว ,พลอย (หมี) 4 ผู้นำประจำห้อง แหนมเป็นหัวหน้าห้องที่รับเละมาตลอด เรารู้ว่าแกเหนื่อย เข้าใจทุกความรู้สึก ขอบคุณที่ลำบากเพื่อพวกเราเสมอมา "อด-ทน-ไว้" ฮวง ดีใจด้วยกับออกแบบภายในศิลปากร ดีใจที่ได้สนิทกัน ได้เรียนดาว้องก์ด้วยกัน ถ้าไม่มีแกที่นั่งอยู่ข้างหน้าเรา เราคงเซ็งมาก ฮั้ว..ภรรเมียที่น่าแกล้งที่สุดในโลก ที่เราเข้าไปเกาะแกะ ชอบแกล้งแก ก็เพราะทำให้เราอารมณ์ดีเวลาเรากำลังเฟล ขอบคุณที่ให้เราแกล้งมาตลอด 3 ปีนะ ช็อคโกแลตวาเลนไทน์ได้จากแกซะทีหลังจากที่รีดไถมาหลายปี ฮ่าๆๆ (เป็นสามีที่ชั่วมาก) สุดท้ายนี้อยากบอกว่า แกมันเคะบริสุทธิ์!! หมี กับการทำงานวิ่งไปนู่นไปนี่ ไหนจากงานห้อง ไหนจะงาน ก.น. คงเหนื่อยน่าดู ขอบคุณที่สร้างเสียงหัวเราะให้กัน ดันมาสนิทกันปีสุดท้าย... ว้า
+ กิ๊ฟท์ ,ขนุน สองเพื่อนที่อยู่ด้วยกันตอนเย็นเวลารอพ่อมารับ กิ๊ฟท์..ตัวโจ๊กประจำห้อง รักแกมากเลยว่ะ ไม่เคยเห็นใครฮาหน้าตายได้เท่าแก แค่เห็นหน้าก็อารมณ์ดีแล้ว ขนุน...ชู้รักคนสำคัญ แกล้งง่าย น่ารัก เคะมากกกกก เป็นชู้แกแล้วมีความสุข ฮ่าๆๆ
+ มะปราง, มะปุน สอง ป. ตัวติดกันรองจาก ปาล์มกับปอง มะปราง ที่รักอีกคนหนึ่ง เราสนิทกันตั้งแต่ไปเรียนดาว้องก์มาจนถึงตอนนี้ อยู่กับปรางแล้วอารมณ์ดี ขอบคุณที่ไปเป็นเพื่อนเรียนมาตลอด 1 ปี ...ขอให้ติดจิตวิทยานะ ปุน สาวสวยประจำห้อง ตัวติดกับปรางเหลือเกิน หาโอกาสเป็นชู้ไม่ได้อะ ฮ่าๆๆ ขอบคุณกับทุกอย่าง เราอยากให้ปุนเจอคนดีๆ ที่เค้าไม่ทำร้ายปุนนะ
+ จ๋า ขอบคุณทุกเรื่อง เรารู้สึกว่ามันก็มีเรื่องเยอะจนบรรยายออกมาไ่ม่หมดนะ ดูแกจะเป็นคนเดียวที่เข้าใจในสิ่งที่ฉันเผชิญอยู่ตลอด ถึงไม่พูด แต่เรารู้ว่าแกรู้ ...ในตอนที่เราเสียใจที่สุด เราขอบคุณแกมากๆ ที่อยู่เป็นเพื่อนปรับทุกข์ ...นิติแม่ฟ้าหลวง พยายามเข้านะ
+ กวาง ,แ๋อ๋ม ,นก ,แก้มป่อง ,ป้าวิว เพื่อนร่วมก๊วน ณ ห้องพยาบาล กลุ่มเรารวมกับกลุ่มแกแล้ว เฮฮาหรรษาเป็นอย่างยิ่ง ห้องพยาบาลหรือคาเฟ่วะ...
+ เจ๊ออย บัดดี้ของเรา ขอบคุณสำหรับอาหารทุกจานที่ทำให้กินในคาบงานบ้าน ฝีมือเจ๊ออยอร่อยมาก
+ บูม ขอบคุณหลายๆ เรื่อง เช่นเรื่องจัดบอร์ด จัดที่ไหนมีเราสองคนลงมือทุกที่เป็นเพื่อนกัน ฮ่าๆ เรื่องจัดบูธชุมนุมก็ได้บูมช่วย รักบูมมาก
+ กลุ่มไดแอน ขอบคุณที่ทำให้เราได้แกล้งพวกแก ...พวกแกเป็นกลุ่มหลังเขาที่สุดในห้อง แล้วก็ประกอบไปด้วยกลุ่มคนที่แกล้งง่ายสุดๆ เหมือนกัน ที่บอกว่าเราทำเย็นชาใส่ ป่าวนะ มันเป็นนิสัยของเราส่วนหนึ่่งอ่ะ ฮ่าๆๆเวลาอยู่พวกแกเราแค่นิ่งๆ ปากหมา + ขวานผ่าซากหน่อยๆ แกล้งแกมากๆ เท่านั้นเอง รองจากแกล้งภรรเมียตัวเอง เราก็แกล้งพวกแกนี่แหละ โดยเฉพาะเวลาปุ๊กกับไดแอนกลัวเราแล้ววิ่งหนี เราสนุกมากๆ เม..ขอบคุณสำหรับเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ให้เรายืม เรายังคืนไม่หมดเลยอะ =[]= ขอบคุณอีกครั้งเรื่องการเคลือบพวงกุญแจและที่คั่นหนังสือ ถ้าไม่ีมีเม งานคงไม่สามารถเสร็จได้ เจน..ดีใจด้วยที่ติดไทยญี่ปุ่น จั๊ว..ดีใจด้วยที่ติดธรรมศาสตร์ โชคดีนะ
+ ป่าน ทุกอย่าง ทุกเรื่อง ขอบคุณมาก .. มีความสุขที่ได้ด่าแก ได้กวนประสาทแก ได้แกล้งแก (รู้สึกช่วงหลังๆ แกจะกล้าหือ แกล้งฉันกลับนะ... หึหึ) ได้ข่าวว่าจะมาสอบเข้าไทยญี่ปุ่นตามเรา .. ขอให้ติดอย่างที่หวัง ตามมาสิ จะได้แกล้งต่อ ฮ่าๆๆๆ
+ ไอซ์ เราสองคนสนิทกันมาตั้งแต่ ม.1 ...ในช่วงที่เราทุกข์ทรมานเรามีแกเป็นที่ระบาย ขอบคุณที่ทำตัวเป็นกระโถนอย่างดี ฮ่าๆๆ เรื่องใดๆ ที่เราบอกให้เป็นความลับ เรารู้ว่าไอซ์เก็บได้ ขอบคุณทุกความช่วยเหลือ ดีใจด้วยที่สอบไทย-ญี่ปุ่นติด ...ไปอยู่ด้วยกันเลยแล้วกัน 5555
+ ฟ้า (ผีเน่าไอดอลญี่ปุ่น,กระเำพาะหลุมดำ ฯลฯ) ขอบคุณทุกเรื่อง ทุกความช่วยเหลือ อยู่กับแกแล้วอารมณ์ดี เพราะรู้สึกว่าแกจะรั่วตลอดเวลา ...รั่วสุดหูรูดดด โดยเฉพาะหลังๆ ที่แกเริ่มเดินเข้าสู่วังวนแห่งมิตรภาพลูกผู้ชาย รู้สึกว่าจะรั่วมากกว่าเดิมหลายเท่า คิดอะไรเป็นสีม่วงไปหมด ไม่ว่าจะเจอหน้ากัน หรือทางเอ็มก็วายหมด ที่สำคัญ ขอบคุณที่คอยอยู่เป็นที่ปรึกษาเรื่องกิจการงานชุมนุมต่างๆ แกกับเราเป็นกรรมกรชุมนุมตัวจริง ขอให้อยู่คุยเอ็มกับเราไปนานๆ ...ขอให้แกติดจิตวิทยาจุฬาตามที่หวังนะเพื่อน
+ แพร มาคุยเล่นกันปีสุดท้ายอ่ะ TTATT ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทุกอย่างเลย ชุดสควอโล่เลย วิกเลย เซ็ตหัว แต่งหน้าเอย รักแพรคร้าบบบบ
+ เด็กสมาชิกชุมนุมทุกคน ขอบคุณที่สร้างรอยยิ้มให้พี่ แม้จะเป็น 1 ปีัสั้นๆ แต่ทุกเสียงหัวเราะมันมีค่ามากสำหรับพี่
+ ปิง ,ป๋วย, เหมียว, มุ่ย ต่อจากนี้ชมรมและชุมนุมอยู่ในมือของพวกแกแล้วนะ จงดูแลมันดีๆ เงินทุกบาททุกสตางค์จงใช้มันอย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะมัีนไม่ใช่แค่เงินของพวกเรา มันเป็นเงินของทุกคน เป็นเงินที่เจ๊ๆ รุ่นก่อนก็มีส่วนในการเก็บรักษา ปีหน้า ไม่มีเคลือบฟรีแ้ล้วนะน้องเอ๋ย ปิง ขอบคุณเรื่องจัดการงานตลอด ปีหน้าพี่อยากให้แกเป็นประธาน บางทีการลงไปนั่งมือทำอะไรแล้วสำเร็จด้วยตัวเอง มันดีกว่าการนั่งอยู่เบื้องหลังเงียบๆ แล้วเคยเชิดไปเรื่อยๆ อยากให้แกมีประสบการณ์ในการทำงาน ก่อนที่แกจะขึ้นไปนั่งเก้าอี้บนทีสูงๆ แกต้องพยายามปีนบันไดใช่ไหม... ป๋วย เหมียว พี่อโหสิสำหรับทุกอย่าง โกรธกันนาน แต่ได้คุยกันวันสุดท้าย ฮ่ะๆๆ มุ่ย ขอให้ได้เป็นหมอเว้ย พยายามเข้า
+ อาจารย์อามาโนะ ที่สร้างรีบอร์นขึ้นมา รักอาจารย์มากกกกกกกกกกกก!!!!!!
+ คนคนหนึ่งที่เข้ามาในชีวิต แกทำให้ฉันได้รู้ัจักประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ ที่มีรสชาติทุกขั้นทุกตอน ได้รู้จักคนประเภทแกทำให้ฉันเห็นโลกมากขึ้น ฉันไม่เข้าใจคนอย่างแก ไม่เคยเข้าใจ และจะไม่มีทางเข้าใจ ตรรกะเราสองคนมันต่างกันเกินไป แกเข้าใจยากเกินไปเหมือนกับที่เคยบอกว่าฉันเป็นคนดีเกินไปนั่นแหละ ขอโทษทีที่ความอดทนของฉันมันมีีขีดจำกัด และฉันไม่ได้เป็นคนดี ใจกว้างอย่างที่แกคิด ฉันได้รู้จักมิตรภาพแบบใหม่ที่เรียกว่า "ราคามิตรภาพ" กับประโยคที่ว่า
"เราไม่ชอบเลยนะที่แกปฏิบัติต่อเราเหมือนกับคนอื่นๆ ทั้งที่เราปฏิบัติต่อแก่เหนือกว่าคนอื่น มันไม่เท่าเทียม เรารู้สึกว่าเรากำลัง...เสียเปรียบ"ขอบคุณ...ที่ทำให้ฉันตาสว่างขึ้น
เคยคิดว่าได้แค่นี้ก็แค่นี้ จะไม่ยอมเสียอะไรอีก
แต่ถ้าทุกสิ่งที่ฉันทำไป ทำให้แกคิดได้แค่นี้ ... ตีราคาสิ่งที่ฉันให้ด้วยคำว่า ได้เปรียบ หรือ เสียเปรียบ ........เราก็คงไม่มีอะไรจะต้องพูดกัน
เพราะสิ่งที่ฉันให้ ... ฉันไม่เคยทวงถามจากแกว่า ฉันได้อะไร
สิ่งที่ฉันให้ ... ฉันไม่เคยทวงถามจากแกว่า ฉันเสียไปเท่าไหร่
สิ่งที่ฉันให้ ... ฉันไม่เคยไปลำเลิกบุญคุณอะไรกับแก
และสิ่งที่ฉันให้ ... ฉันไ่ม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้ยินคำนี้ตอบกลับมา
จำไว้นะ
ครั้งหนึ่ง...ฉันให้เท่าที่แกเคยอยากได้
แต่วันนี้แกจะได้...แค่เท่าที่ฉันอยากให้เท่านั้น
จงเสียใจ จงทรมาณ จงเจ็บปวด ... สิ่งที่แกเป็น ไม่เท่ากับที่ฉันเคยเป็น .. ไม่ต้องอยากให้ฉันรู้สึกสะใจ ...เพราะมันไม่พอ และ ฉันไม่ได้ต้องการความสะใจ สิ่งที่ฉันต้องการ คืออยากให้แกอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้ ซึมซาบกับมันให้นานที่สุด อยู่กับมันจนแกจำขึ้นใจ ให้ชาชิน ให้มาก ใำ้ห้รู้รสชาติ ให้สำนึก ว่าสิ่งที่แกทำ สิ่งที่แ่กกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้นักอยากได้หนา ก็ทำทุกสิ่งเพื่อได้มันมา วันหนึ่งเบื่อหน่ายอยากทิ้งก็ทิ้ง ไอ้การกระทำแบบนี้ มันทำให้ฉันเป็นยังไง ...อย่าพยายามขอร้องให้ฉันอโหสิ เพราะฉันยังทำมันไม่ได้ และคิดว่าคงอีกนานกว่าจะทำได้... บางทีเราอาจจะยังต้องเจอกันไปอีกนานเพราะพันธะบางประการ งั้นก็..ทรมานต่อไปแล้วกัน
ถึงแม้ว่าวันพรุ่งนี้ต้องพบอะไร
หรือต้องเจอกับใครไหน
ฉันจะไม่ลืมความทรงจำมากมาย
ช่วงเวลาที่เราได้เคยพบกัน
รู้ไว้ เ พื่ อ น เธอคนนี้นั้นรักเธอ
แม้เวลาผ่านไปแสนนาน
ฉันจะไม่มีวันลืมเธอ
และจะมีเธออยู่ในใจเสมอ
...ตลอดไป...
ปล. เครดิตสไลด์ภาพจาก ก.น. รุ่นที่ 10 กรรมการนักเรียนรุ่นที่สิบสุดยอดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!
ปปล. ต้นตะแบกปีนี้ร่วงหมด เพราะอาการเปลี่ยนแปลงบ่อย...
SNR รุ่น 107
ฉันรักแกว่ะ!!!!!
edit @ 6 Feb 2009 14:08:53 by ต้นปาล์ม









ดีจังเลยจะได้ไปสอบเข้า
แต่ว่า...
ยังไงหนูก็ไม่รู้ความหมายของมันอยู่ดีนั่นแหละ
อ้อ...เรื่องประธานน่ะ ไม่เอาหรอก ถามพี่จั๊วะดูเอาก็ได้ หนูไม่ใช่คนที่เหมาะจะเป็นผู้นำใครๆ จริงๆนะ
อืม...ถ้าจะให้พูดถึงงานอำลาคอซองเนี่ย มันอำลาตรงไหนกันหว่าม.3ไม่มีอะไรเลย(ชิ) เสียดายตรงอดไปเก็บกล้วยไม้ขาวมาไว้เป็นที่ระลึก(?)ดันโดนเพื่อนลากไปกินโออิชิซะได้
#1 By phoenix_moan on 2009-02-04 11:20